เคล็ดลับวิธีที่ช่วยให้คุณประหยัดน้ำมัน รถกระบะรับจ้าง ได้อย่างถูกจุด

เคล็ดลับวิธีที่ช่วยให้คุณประหยัดน้ำมัน รถกระบะรับจ้าง ได้อย่างถูกจุด ไม่ว่าคุณจะขับรถมานานแค่ไหน ไม่ว่าจะมีความชำนาญเท่าไหร่ แต่สิ่งหนึ่งที่อาจยังถูกมองข้ามไปในการใช้รถนั่นก็คือ การขับอย่างประหยัดและปลอดภัย เชื่อว่าหลายท่านเคยคิดที่จะขับรถยนต์ให้ประหยัดน้ำมัน หลากหลายวิธีมีทั้งถูกและผิดบ้าง มาลองดู เคล็ดลับวิธีที่ช่วยให้คุณประหยัดน้ำมัน รถกระบะรับจ้าง ได้อย่างถูกจุด และตรงประเด็นกัน

1. เลือกรถยนต์ที่เหมาะสม
การเลือกรุ่นรถยนต์เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้คุณขับรถได้โดยไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้รถยนต์ให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน จะทำให้ได้ทั้งประสิทธิภาพในการขับและประหยัดน้ำมันอย่างดีเยี่ยม อย่างเช่น การขับรถทางไกลบนเส้นทางที่ต้องใช้กำลัง นอกจากจะช่วยให้ผู้ขับขี่สะดวกสบายลุยไปได้ทุกเส้นทางแล้ว ยังเป็นการใช้น้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

2. ระมัดระวังการเร่งเครื่องยนต์

การเร่งเครื่องยนต์กะทันหันและการเบรกอย่างรุนแรง จะเพิ่มอัตราการบริโภคน้ำมันถึง 40% ในขณะเดียวกัน ก็เพิ่มปริมาณการปล่อยสารพิษถึง 5 เท่า ซึ่งการขับรถที่ความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะทำให้รถของคุณกินน้ำมันน้อยลงถึง 10-15 %

3. หมั่นตรวจเช็คลมยางและเติมลมยางที่เหมาะสม

ยางที่ลมต่ำกว่าที่กำหนดจะทำให้ผู้ขับขี่บังคับรถได้ลำบากและเพิ่มการกินน้ำมันมากขึ้น การเติมแรงดันลมยางที่เหมาะสมจะช่วยลดความต้านทานการหมุนของล้อ เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ และยังช่วยประหยัดน้ำมันได้มากกว่าด้วย

4. การดูแลรักษาเป็นสิ่งสำคัญ

การหมั่นนำรถไปตรวจเช็คสภาพที่ศูนย์บริการที่ไว้วางใจได้ การดูแลรักษาในขั้นตอนนี้ อาจเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถหลายคนมักมองข้ามไปแม้จะเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้รถและเครื่องยนต์อยู่ในสภาพที่พร้อมและสมบูรณ์อยู่เสมอ การตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะก่อนขับเดินทางระยะไกลเพื่อความปลอดภัย

5. บรรทุกสิ่งของแต่พอดี

น้ำหนักของสิ่งของในรถที่เพิ่มขึ้นทุก 48 กิโลกรัม เพิ่มอัตราการกินน้ำมันถึง 2% ผู้ขับขี่จึงควรนำสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากรถบ้าง เพื่อประหยัดน้ำมันและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย

6. ใช้ระบบแผนที่นำทางให้เป็นประโยชน์

ควรวางแผนเส้นทางเสมอก่อนการเดินทาง ระบบแผนที่นำทาง (Navigation System) เป็นตัวช่วยที่อำนวยความสะดวกได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะเวลาขับรถไกลๆ การมีระบบนำทางที่วางใจได้เป็นวิธีหนึ่งในการช่วยให้คุณไปถึงที่หมายได้ โดยไม่ขับรถออกนอกเส้นทางหรือหลงทาง

7. ตรวจเช็คเครื่องกรองอากาศ

รถไม่ได้วิ่งด้วยน้ำมันเท่านั้น แต่ยังต้องการออกซิเจนเช่นเดียวกับมนุษย์ หากเครื่องกรองอากาศของรถไม่สะอาด จะส่งผลต่อเครื่องยนต์รถได้ มีการประมาณกันว่า ผู้ขับขี่จะสามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ หากเปลี่ยนเครื่องกรองอากาศอย่างสม่ำเสมอ

8. อย่าสตาร์ทรถทิ้งไว้เกินกว่า 30 วินาที

รถยนต์ที่เราใช้กันในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องสตาร์ทรถทิ้งไว้เพื่อวอร์มเครื่องยนต์อีกต่อไป เพราะการสตาร์ทรถทิ้งไว้จะทำให้เกิดการปล่อยของเสียมากกว่าการสตาร์ทใหม่ อีกทั้งยังเปลืองน้ำมันอีกด้วย

9. ใช้โหมด Cruise Control

การใช้โหมด Cruise Control จะช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่เผลอขับรถเร็วและใช้น้ำมันอย่างสิ้นเปลืองโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ ยังช่วยคงความเร็วของรถ และไม่ใช้น้ำมันเพิ่มเติมเวลาเร่งเครื่อง

10. ใช้น้ำมันเครื่องตามที่ระบุไว้

การเลือกใช้น้ำมันเครื่องตามเกรดที่ผู้ผลิตระบุไว้ในคู่มือจะช่วยให้ระบบหล่อลื่นของเครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การใช้น้ำมันผิดเกรดจะลดประสิทธิภาพการใช้น้ำมันลงไปถึง 2 เปอร์เซ็นต์ และยิ่งทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นไปอีก